รู้จักกับหมอเทวัญผู้ไม่ยอมแพ้กับชีวิต


หมอเทวัญ  และ หมอเครือวัลย์   สุขเรือน


ร้านนวด

    เปิดให้บริการมาแล้ว 18 ปี   จบหลักสูตรการนวดแผนไทย  ภายใต้โครงการส่งเสริมอาชีพหมอนวดไทยในครอบครัวของคนตาบอด  สำเร็จหลักสูตร   นวดฝ่าเท้ารุ่นที่ 10 จากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแผนไทย  จากสถาบันการแพทย์แผนไทย  ซึ่งสนับสนุนโดย  มูลนิธิการแพทย์แผนไทย  ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ  จากศูนย์ฝีมือแรงงานจังหวัดนนทบุรี

ร้านนวด
   ก่อนที่จะเขียนบล๊อกนี้ขึ้นมา  ผมเองมีสภาวะการบาดเจ็บเส้นเอ็นจากการเล่นกีฬา  รวมทั้งการนั่งทำงานในอิริยาบถท่าเดียวเป็นเวลานานๆ ไม่ค่อยได้ขยับหรือเคลื่อนไหว  การเล่นกีฬาในตอนเช้าก็ช่วยให้เราได้ขยับตัวเร็วๆบ้าง แต่ด้วยกิจวัตรที่ต้องอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน เลยทำให้เส้นมันตึงมากๆ เจ็บเส้นเอ็นที่ขาซ้ายทั้งเส้นยาวจนถึงบั้นท้ายขึ้นไปเกือบๆกลางหลัง  จะลุกจะนั่ง ก้าวขาจะรู้สึกเจ็บและเสียวมาก  และข้อเท้าขวาบางทีก็มีอาการตะคิวขึ้น  เหมือนอยู่ดีๆก็มีอาการเกร็งขึ้นมา  คงมีหลายสาเหตุประกอบกัน  เพราะผมมีอาชีพส่วนตัวคืองานเขียนเวปไซต์  อาจจะนั่งนาน ไม่ค่อยได้ขยับ  มีวันหนึ่งที่ผมมีอาการจนผมรู้สึกต้องหยุดเข้ายิมส์ในตอนเช้า  ผมทนไม่ไหวและคิดว่า  เราน่าจะมีการนวดเพื่อผ่อนคลายเส้นบ้าง  เย็นวันเสาร์วันหนึ่งจึงตัดสินใจว่า จะหาร้านนวดเพื่อคลายเส้น  จึงเป็นอินเตอร์เน็ตดู  และค้นหาข้อมูลร้านนวดในบริเวณที่อยู่ใกล้ๆบ้าน แถวๆ ปทุมธานี  ซึ่งก็มีให้เลือกอยู่หลายร้าน  แล้วก็มาเจอในหน้าเวปเวปหนึ่ง  คิดว่าร้านหมอเทวัญคงจะเป็นร้านสุดท้ายในลิสที่ผมจะมานวด  เพราะไม่มั่นใจ  เห็นป้ายบอกว่า  เป็นร้านผู้พิการทางสายตา  ซึ่งอาการของผมเองก็ไม่ค่อยจะดี  แล้วถ้าหมอเค้าสายตาไม่ดี เขามองไม่เห็นผมด้วย  ผมจะอาการดีขึ้นได้เหรอเพราะหมอเขาก็มองอะไรไม่เห็น  จะจับจะคลำจะนวดในอาการที่ผมเป็นได้ถูกจุดหรือ  นึกสงสัยในใจ  และผมเองก็เคยเข้าร้านนวดแค่ไม่กี่ครั้ง คือถ้าไม่ล้า ไม่เมื่อย หรือรู้สึกตึงๆ เส้นจริงๆ ก็ไม่ไปเลย  แล้วผมเองก็เคยใช้บริการนวดแบบนี้กับป้าๆ สูงอายุ แค่ 3 ครั้งเอง  เลยยิ่งไม่รู้เรื่องราวในวงการนี้ใหญ่เลย  ประสบการณ์น้อยมาก  จะต่างจากคนที่ไปนวดคลายเส้นอยู่บ่อยๆที่มีหมอประจำตัว   ทีนี้ก็โทรไปหลายร้านเพื่อถามเส้นทาง  ก็ไม่มีร้านไหนรับสายเลย  เหมือนจังหวะมันดลใจให้มาที่นี่  โทรมาติดร้านหมอเทวัญที่ดูโปรไฟล์บนออนไลน์แล้ว ไม่ค่อยมั่นใจ (คนที่บ้านหมอทำให้และทำไม่เป็นด้วย)  ในที่สุดก็ตัดสินใจ  ลองดูก็ได้วะ  ราคาก็ไม่แพง เผื่อจะทุเลาหรือผ่อนคลายลงบ้าง  ตอนที่โทรไปหมอก็พึ่งตื่นเพราะงีบระหว่างรอลูกค้า ทำให้เราตกใจ  คิดว่าหมอเป็นพวกกินหัวคิวกับคนสายตาพิการ  เพราะเสียงดุ (ที่จริงเขางัวเงียตื่น555)



ในใจตอนนั้นคิด สงสารเขาเขาก็ตาไม่ดียังไปกินหัวคิวเขาอีก ก็เลยคิดที่จะอุดหนุนเขาด้วยความสงสาร  ก้าวแรกที่เข้าไปที่ร้านก็เจอหมอเทวัญอยู่คนเดียว ตอนนั้นหมอเครือวัลย์ติดงานข้างนอก  ผมก็ทักทายปราศรัยกับหมอเทวัญเล็กน้อย  แล้วก็เล่าอาการและตำแหน่งที่เป็นให้หมอฟังอย่างละเอียดที่สุด  หมอวินิจฉัยอาการทั้งหมดแล้วก็บอกว่าเป็นเรื่องของเส้นระบบประสาทในร่างกาย เดี๋ยวหมอจะรักษาให้  ผมก็นอนให้หมอนวดทั้งตัวอยู่ 2 ชั่วโมง  มันจะมีบางจังหวะที่หมอจับเส้นแล้วเรารู้สึกเจ็บบ้างซึ่งตรงที่หมอจับแล้วเราเจ็บ  หมอบอกว่า เป็นเพราะจุดนั้นคืออาการเจ็บของเรา แค่หมอจับถูกจุดและบีบนวดคลายเส้นธรรมดาเท่านั้นเอง แต่อาการเจ็บเกิดจากมันโดนตรงจุดที่มีปัญหา  ถ้าทนซักเล็กน้อยอีก 2 - 3 วัน ก็จะอาการดีขึ้น  ผมก็ทนจนหมอนวดเสร็จ  ระหว่างนวดหมอจะให้ลองเดินช้าๆ แล้วก็เดินเร็วเต็มฝ่าเท้าเพื่อถามอาการตลอด  ตอนที่ผมเดินผมรู้สึกอาการมันดีขึ้น  การเจ็บเส้นเอ็นการเสียวเส้น หายไปเยอะเลย  รู้สึกดีขึ้นกว่าตอนที่นั่งทรมานมาทั้งวัน

นวดจับเส้น

นวดจับเส้น


นวดจับเส้น

นวดจับเส้น
     
ร้านนวด

      ผมกับหมอคุยกันถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต  ผมต้องทึ่งกับการใช้ชีวิตของหมอ เพราะคงจะลำบากทั้งการดำเนินชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพหรือโอกาสต่างๆ  แต่หมอกลับใช้ชีวิตเรียบง่ายและมีความสุขเหมือนกับคนตาดีทุกอย่างเลย และบางทีใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่ากว่าคนตาดีๆอย่างเราๆท่านๆอีกด้วยซ้ำ  เพียงแต่หมอดูทีวีไม่ได้  หมอชอบฟังเพลง ชอบเครื่องเสียง  เคยเล่นดนตรีประเภทกลอง  หมอชอบเครื่องเสียง ระบบของเสียงมากๆ   สิ่งที่ผมชื่นชมคือหมอแต่งตัวเหมือนหมอเป็นแพทย์ที่พร้อมจะรักษาให้กับทุกคนจริงๆ (แพทย์แผนไทยนะครับ) หมอมีคู่ชีวิตอีกคนคือหมอเครือวัลย์ที่พิการทางสายตาเช่นกัน  ผมเห็นภาพที่น่ารักของทั้งสองคน  และได้ฟังไลฟ์สไตล์ที่หมอทั้งคู่พูดคุยกับผมในร้านแล้ว ทำให้รู้สึกประทับใจ  รู้สึกทั้งคู่เป็นคนน่ารักมากในสังคม  รู้จักเรื่องการรับประทาน ทานโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งให้คำแนะนำกับลูกค้า  ทั้งคู่มีครอบครัวน่ารัก ลูกๆ หลาน ๆ ก็ดูอบอุ่น  อัธยาศัยดี  เหมือนหมอเขาไม่รู้สึกว่าชีวิตมันมีปัญหาอะไรเลย  แต่กลับเห็นคุณค่าในการใช้ชีวิตของตัวเอง  สิ่งที่หมอทำได้อีกสิ่งคือการเป็นช่างซ่อม  หมอมีความสามารถทางช่างด้วยด้วยระบบการคลำและสัมผัสหมอก็ใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป มีทรรศคติที่ดีกับทุกคน  ดีกว่าคนที่ตาดีแล้วไม่ทำอะไรหรือปล้นฆ่าคนอื่นกิน แต่หมอกับมีอาชีพที่ดี มีความสุขกับอาชีพในทุกๆวัน  น่ายกย่องมากในสังคมที่กำลังเสื่อมทรามลงเรื่อยๆ ดีกว่าหลายคนในสังคมที่ตาดีแต่ดำเนินชีวิตในความมืด เป็นภัยต่อสังคม  หมอทั้งสองคนก็มิได้วางตัวเป็นบุคคลน่าสงสาร น่าให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด  แต่กลับใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี  เป็นนักสู้ที่มองข้ามอุปสรรคและข้อจำกัดของตัวเอง

นวดคลายเส้น

          ทีนี้ผมเองก็มาเห็นเพจเดิมของร้านหมอ  ซึ่งเรามองว่าสื่อที่ีหมอให้ลูกชายทำ  ยังดูไม่น่าเชื่อถือ  ไม่น่าไปใช้บริการ  ทั้งที่จริงๆ ฝีมือดีมากๆ  ผมกล้าพูดได้เลยว่าฝีมือเกินราคา  2 ชั่วโมง  300 บาท  แต่ฝีมือหมอมีมูลค่ามากกว่านั้น ในการนวดแต่ละครั้งต้องพูดว่า  ค่าแรง 300 แต่หมอนวดให้ 2,000 เลยก็ว่าได้  เลยอยากแนะนำคนดีๆของสังคม  ให้ผู้ที่อยากนวดผ่อนคลาย  คลายเส้น  ปวดตามร่างกาย  ได้แวะไปลองใช้บริการกันนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น